วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข้าวสินเหล็ก




ข้าวหอมต้านเบาหวาน, ธาตุเหล็กสูง
ข้าวสินเหล็กได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวสีขาวที่มีกลิ่นหอม  รูปร่างเมล็ดเรียวยาว ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ตลอดทั้งปี มีความต้านทานต่อโรคไหม้ข้าวสินเหล็กในฐานะเป็นข้าวหอมนุ่มที่มี ดัชนีน้ำตาลต่ำ-ปานกลาง เมื่อนำมาทดลองบริโภคในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าการบริโภคข้าวกล้องสินเหล็ก ช่วยแก้ปัญหาเบาหวานได้ ทำให้สภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin) ลดลงและการทำงานของตับอ่อนดีขึ้น รวมทั้งทำให้ค่าเฉลี่ยของไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride) ลดลง  นอกจากนี้ข้าวสินเหล็กยังมีธาตุเหล็กในเมล็ดสูง ข้าวพันธุ์นี้ได้ผ่านการประเมินคุณสมบัติความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็ก ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ และในมนุษย์ โดยพบว่าการส่งเสริมการบริโภคข้าวสินเหล็กในเด็กนักเรียนที่มีภาวะพร่องธาตุเหล็ก ทำให้ระดับ   
ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น





ลักษณะประจำพันธุ์


ความสูง                                                 148 ซม.

อายุเก็บเกี่ยว                                           120 วัน

ผลผลิต                                                  600-800 กก./ไร่

% ข้าวกล้อง (brown rice)                         76%

% ต้นข้าวหรือข้าวเต็มเมล็ด (head rice) 50%

ความยาวของเมล็ด 

ข้าวเปลือก 11    ม.ม. 
  ข้าวกล้อง 7.6   ม.ม. 
ข้าวขัด           7.0   ม.ม.







คุณสมบัติทางโภชนาการในข้าวกล้อง



ปริมาณ อะมัยโลส (Amylose)                       16.5  %

อุณหภูมิแป้งสุก                                              70-74  องศา

ธาตุเหล็ก                                                   15-21    มิลิกรัม/100 กรัม

ธาตุสังกะสี                                               26.9      มิลิกรัม/100 กรัม

โอเมก้า 3 (Omega-3)                                   22.4      มิลิกรัม/100 กรัม

แกมม่า โอรัยซานอล (Gamma oryzanol)      372       ไมโครกรัม/100 กรัม

วิตามินอี                                                       680       ไมโครกรัม/100 กรัม

โฟเลต                                                            20.35    ไมโครกรัม/100กรัม

ดัชนีน้ำตาล                                               58

ภาพต้นข้าวสินเหล็กกับแหนแดง แบบดำต้นเดียว แตกกอในนาข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ #ฟาร์มนอกกะลา ภายในพื้นที่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา  จ.บุรีรัมย์










วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข้าวหอมนิลสุรินทร์


พัฒนาจากข้าวเหนียวดำจากจีนและข้าวหอมมะลิของไทย ลักษณะเมล็ดเรียวยาว สีม่วงดำเข้ม พอหุงสุกจะมีสีม่วงอ่อน กลิ่นหอม เนื้อเหนียวนุ่ม  มีคุณค่าทางอาหารมากกว่าข้าวทั่วไป 7 เท่า มีสารแอนโทไซยานินต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และเปี่ยมวิตามินบี (B) ช่วยรักษาภูมิแพ้ อุดมแร่ธาตุเหล็ก แม๊กนีเซียม แคลเซียม ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันโลหิตจาง อุดมไปด้วยไฟเบอร์ช่วยการขับถ่ายและดูดซับไขมัน

ข้าวเจ้าหอมนิลมีเมล็ดสีม่วงดำ เมื่อวิเคราะห์ปริมาณสีของเมล็ด สีม่วงดำประกอบไปด้วย สีม่วงเข้ม (cyanidin) สีชมพูอ่อน (peonidin) และสีน้ำตาล (procyanidin) ผสมกัน ซึ่งสีที่เห็นนั่นเป็นสารประกอบกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ที่เรียกว่า สารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ที่ประกอบไปด้วยสารไซยานิดิน (cyaniding) กับ สาร peonidin สารโปรแอนโทไซยานิดิน (proanthocyanidin) ประกอบด้วยสารโปรไซยานิดิน (procyanidin) ซึ่งสารดังกล่าวทั้งหมดนี้เป็นสารแอนติอ๊อกซิแดนท์ (antioxidant) ที่ทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระแล้วช่วยทำให้กลไกลการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปกติ สารแอนโทไซยานิน มีรายงานวิจัยพบว่า สามารถช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดที่หัวใจ และสมอง บรรเทาโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสายตาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นเวลามองตอนกลางคืน สารไซยานิดิน (cyaniding) มีประสิทธิภาพในการแอนติอ๊อกซิเดชั่น (antioxidation) ได้ดีกว่าวิตามินอี หลายเท่า และยังยับยั้งการเจริญเติบโตของเอพิเดอร์มอล โกรวท แฟ็คเตอร์   รีเซ็ปเตอร์ (epidermal growth factor receptor) ในเซลล์มะเร็ง สารโปรแอนโทไซยานิดิน หรือเรียกว่าสารคอนเด็นส์ แทนนินส์ (condensed tannins)s มีรายงานวิจัยพบว่า สารโปรแอนโทไซยานิดิน ทำการแอนติอ๊อกซิเดชั่น (antioxidation) ได้ดีกว่าวิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน (beta-carotene)   สารโปรแอนโทไซยานิดิน ยังไปจับกับอนุภาคของกัมมันตภาพรังสีทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดป้องกันโรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ยังยับยั้งการเจริญเติบของเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด กระเพาะอาหาร และเม็ดเลือดขาว และยังป้องกันไวรัส HSV-1 และยับยั้งการทำงานของเอมไซม์รีเวิร์ส ทรานสคริปเทส  (reverse transcriptase) ในไวรัส HIV


ลักษณะประจำพันธุ์
ความสูง                                 
150 ซม.
อายุเก็บเกี่ยว                          
95-100 วัน
ผลผลิต
400-700 กก./ไร่
% ต้นข้าวหรือข้าวเต็มเมล็ด (head rice)
60%
ความยาวของเมล็ดข้าวเปลือก 10 ม.ม. ข้าวกล้อง 6.5 ม.ม. ข้าวขัด 6 ม.ม.







คุณสมบัติทางโภชนาการในข้าวกล้อง

ปริมาณอะมัยโลส (Amylose)    
ธาตุเหล็ก    
ธาตุสังกะสี        
โปรตีน              
คาร์โบไฮเดรต   
แคลเซียม      
โพแทสเซียม
ทองแดง    
ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)    
น้ำมันรำข้าว         
เส้นใยจากรำข้าว                       
12  %
3.26    มิลลิกรัม/100 กรัม
2.9      มิลลิกรัม/100 กรัม
12.56  มิลลิกรัม/100 กรัม
70.0    มิลลิกรัม/100 กรัม
4.2       มิลลิกรัม/100 กรัม
339.4  มิลลิกรัม/100 กรัม
0.1       มิลลิกรัม/100 กรัม
292     ไมโครโมล/กรัม
18 %
10 %






วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข้าวกับวิถีชีวิตคนไทย


        วิถีชีวิตคนไทย และคนในเอเชีย นับแต่อดีตมุ่งปลูกข้าวเพื่อบริโภคเป็นหลัก เหลือเก็บในยุ้งฉางก็จะนำไปแลกเปลี่ยนกับปัจจัยอื่นๆ บ้าง ที่จำเป็นจริงๆ เช่น เสื้อผ้า ยารักษาโรค หรืออาหารประเภทอื่นๆ แต่ไม่นิยมขายข้าว ไม่แลกเปลี่ยนข้าวกับเครื่องมือประหัตประหาร เพราะคนไทยเชื่อว่าข้าวเป็นสิ่งที่มีบุญคุณ มีจิตวิญญาณ มีพระแม่โพสพประจำอยู่ ข้าวเป็นอาหารในบริโภคเท่านั้น ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ


        อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศได้เข้ามา และยุคสมัยก็ทำให้ข้าวเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการค้าขายมากขึ้น จนปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่มีการทำนาหลายครั้งได้ในรอบปี ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่มุ่งทำนาเพื่อ
ขายข้าวเป็นหลัก โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น เช่น รถแทรกเตอร์ ปุ๋ยเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตเร็วที่สุด และมากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึงระบบนิเวศ และจารีตประเพณีที่สืบต่อกันมา

        ย้อนกลับไปถึงการทำนา หรือการปลูกข้าว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ และการทำนาก็ต้องพึ่งพาธรรมชาติ คนในเกษตรสังคมจึงให้ความสำคัญและเคารพธรรมชาติ ทำให้มีพิธีกรรมและความเชื่อมากมาย ทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตข้าว มีทั้งพิธีกรรมส่วนครอบครัว ส่วนชุมชน ส่วนชุมชนที่พระมหากษัตริย์และราชการจัดขึ้น เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมทางจริยธรรม ผูกจิตวิญญาณของคนไทยไว้กับข้าวจนเกิดเป็นวัฒนธรรม

“ข้าว” สร้างวัฒนธรรมไทย


       คนไทยบริโภคข้าวอย่างมีระเบียบวิธี และมีลักษณะเฉพาะ เช่น กระบวนการแปรรูปข้าวเพื่อการบริโภค โดยทำให้ข้าวสุกด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การหุงต้ม การนึ่ง การหลาม เป็นเหตุให้มีความต้องการภาชนะที่แตกต่างกัน ส่วนอาหารที่คนไทยบริโภคควบคู่กับข้าวนั้น เราก็เรียกว่า “กับข้าว” ทำให้เกิดวัฒนธรรมในการจัดแต่งสำรับทั้งข้าวและกับข้าวอีกด้วย

        ข้าวถูกนำมาใช้ในวัฒนธรรมด้านภาษาโดยเป็นสำนวนเปรียบเทียบ คำพังเพย หรือสุภาษิตต่างๆ เช่น ข้าวแดงแกงร้อน ข้าวใหม่ปลามัน ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร ทุบหม้อข้าว ทำนาบนหลังคน ข้าวยากหมากแพง ข้าวนอกนา เป็นต้น ข้าวยังอยู่ในเพลงร้องต่างๆ หรือคำทักทายง่ายๆ ของคนไทย เช่น “ไปไหนมา กินข้าวหรือยัง?” อีกด้วย

        ข้าวมีความสำคัญในการกำหนดศักดินา เช่น ในสมัยสุโขทัย มีการกำหนดที่นาและไพร่ให้เสนาบดีขุนนาง ตามความสามารถในการบุกเบิกที่ดินทำกิน มีการจัดตั้ง “กรมนา” ขึ้นเพื่อรับผิดชอบด้านการเกษตรโดยตรง ต่อมากลายเป็นกระทรวงพานิชการในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปัจจุบัน

วัฒนธรรมข้าวพื้นบ้าน กับวัฒนธรรมข้าวสมัยใหม่

        วิถีการดำเนินชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อแนวความคิดที่มีต่อข้าว เพราะแต่เดิมเราปลูกข้าวเพื่อบริโภค วิธีการต่างๆ จึงเป็นวิธีการที่อยู่ร่วมได้กับธรรมชาติ ความรู้ก็เกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมกันมาเป็นมรดกตกทอด มีการใช้แรงงานสัตว์ เก็บเกี่ยวนวดด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน ใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ย กำจัดศัตรูพืชและวัชพืชโดยการถอนหรือใช้สมุนไพร ใช้คราด ไถ มีด พร้า จอบ เคียว เป็นเครื่องมือ หากแต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ในการปลูกข้าวเพื่อค้าขาย อีกทั้งแนวคิดหลักของการปลูกข้าวได้เปลี่ยนไป ทำให้วิธีการเปลี่ยนไปด้วย โดยการใช้เครื่องจักรกลเตรียมดิน ใช้ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นกล้า ใช้สารเคมีและเครื่องจักรในการกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช ปลูกข้าวพันธุ์ผสม ทดน้ำด้วยระบบชลประทานสมัยใหม่ แน่นอนว่าแต่ละวิธีการย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป หากแต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เทคโนโลยีไม่สามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้ก็คือ จิตวิญญาณของคนที่มีต่อข้าวนั่นเอง


แหล่งที่มาของข้อมูล: สารานุกรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย -ภูมิปัญญาข้าวไทย จัดทำโดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

ถั่วเขียว โรงเรียนนอกกะลา

หลังจากที่เสร็จจากฤดูการเกี่ยวข้าวของโรงเรียนนอกกะลา ก็มีการเตรียมดินให้พร้อมก่อนที่จะถึงฤดูของการทำนา โดยการไถกลบตอซังข้าว จะไม่ใช้วิธีการจุดไฟเผา จากนั้นก็นำเมล็ดถัวเขียวไปหว่านให้ทั่วแปลงนา ใช้ระยะเวลาประมาณ 60-70 วัน ก็จะสามารถเก็บถั่วเขียวได้ เมื่อเก็บผลผลิตเสร็จแล้วก็จะทำการไถกลบอีกครั้งจะได้ปุ๋ยพืชสด


เก็บถั่วเขียวโรงเรียนนอกกะลา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ช่วยกันคนละไม้ละมือร่วมกันเก็บถัวเขียวก่อนจะไถกลบทำปุ๋ยพืชสด นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง


โรงเรียนนอกกะลา

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การสืบสานประเพณีบุญคูณลาน

หลังจากที่ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ร่วมกันจัดเตรียมงานทั้งจัดสถานที่ ร่วมกันห่อข้าวต้ม เตรียมสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับบุญคูณลาน ก็มาถึงวันงานจริงๆ

ช่วงเช้าเป็นการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งของครู นักเรียน และผู้ปกครอง



หลังจากตักบาตรเสร็จแล้ว ก็เป็นพิธีทางศาสนา


เข้าสู่พิธีการสู่ขวัญข้าว


เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมกันรับประทานอาหารอย่างพร้อมเพียง


วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันโฮมบุญคูณลาน

"มาตุ้มมาโฮมเอาบุญนำกันเด้อพี่น้อง" บรรยากาศวันโฮมกิจกรรมบุญคูณลานที่ผู้ปกครอง
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรม
 ลูกหลานเรียนรู้จากรากเหง้าเกิดการเรียนรู้และเอื้ออารีย์ต่อกัน


ผู้ปกครองกำลังถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการห่อข้าวต้มมัด ให้กับนักเรียน



 คุณครูชาวต่างชาติร่วมสืบสานประเพณีไทย


ครูต๋อย


ผญาบุญคูณลาน


                         เถิงเดือนยี่ประเพณีแต่โบราณ                             

                    ไทยอีสานโฮมตุ้มเฮ็ดบุญใหญ่

                    เหล่าชาวนาฮักแพงฮ่วมแฮงใจ                             

                    สืบตำนานสานต่อไว้สายใยบุญ


                        สายนทีเหือดแห้งแล้งนักหนา             

                   บุญผลาสร้างไว้บ่สาบสูญ

                   ธารน้ำใจไหลหลั่งโฮมงานบุญ                            

                   ฮ่วมเกื้อกูลบุญคูณลานสานไมตรี


                        ทั้งแก่เฒ่าสาวหนุ่มซุมลูกหลาน           

                   ช่วยเตรียมงานขันแข็งแบ่งหน้าที่

                   เช็ดใบตองเตรียมข้าวสารไม่รอรี                        

                   ห่อข้าวต้มวันนี้แสนครื้นเครง


                        รุ่นลูกหลานนอกกะลาร่วมเรียนรู้      

                  ได้คุณครูหลายท่านที่ห่อเก่ง

                  คนสองรุ่นได้พบปะเป็นกันเอง                          

                  ร่วมบรรเลงเพลงชีวิตกับผู้เฒ่า


                        คนเกิดก่อนก็หวังพึ่งคนเกิดหลัง        

                  หวังพลังคนรุ่นใหม่อย่างพวกเจ้า

                  อย่าไลล้างลืมสิ้นฮีตคองเก่า                                

                  สืบตำนานขานเล่ากันต่อไป


ผู้แต่ง : ครูต๋อม โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา