วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข้าวนาเช่าอายุ 7 สัปดาห์

ผ่านไปแล้ว 7 สัปดาห์สำหรับข้าวที่ปลูกในนาเช่าของโรงเรียนนอกกะลา แปลงที่มีน้ำท่วมขังก็กำลังเจริญเติบโต แตกกอ สีเขียวสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง แต่แปลงที่ไม่มีน้ำขังข้าวก็ไม่งาม เจริญเติบโตไม่ดีนัก ความสูงยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก สียังไม่เขียวสม่ำเสมอทั้งแปลง ปุ๋ยที่เราหว่านเมื่อวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม ยังละลายไม่หมด ได้ทำการปล่อยปลาตะเพียนในนาแปลงที่ 10 ที่มีน้ำขังเยอะกว่าทุกแปลง ต้องสูบน้ำเข้านาอีกในแปลงที่ยังไม่มีน้ำขังเพื่อจะได้ละลายปุ๋ย จะเฉลี่ยน้ำให้ได้หลายแปลงที่สุด ต้องการขังน้ำเพียง 10-15 เซ็นติเมตรเท่านั้น


แปลงที่ 1 ข้าวหอมมะลินิล ตรวจพบโรคใบไหม้เป็นจุดแรก แปลงนี้ต้นข้าวแน่นกว่าทุกแปลง

แปลงที่ 2 ข้าวหอมมะลินิล ต้นข้าวที่ซ่อมตั้งตัวได้แล้วและกำลังเจริญเติบโต

แปลงที่ 3 ข้าวหอมมะลินิล

แปลงที่ 4 ข้าวหอมมะลินิล

แปลงที่ 5 ข้าวหอมมะลินิล

แปลงที่ 6 ข้าวดอ

แปลงที่ 7 ข้าวสินเหล็ก

แปลงที่ 8 ข้าวสินเหล็ก

แปลงที่ 9 ข้าวสินเหล็ก แปลงนี้จะต้องตัดข้าวออก เพื่อให้ข้าวสร้างยอดสร้างใบใหม่เพราะหญ้าเยอะมาก ตัดตอนนี้ได้เพราะข้าวยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตทางใบและลำต้น

แปลงที่ 10 ข้าวสินเหล็ก ทำการปล่อยปลาตะเพียนในแปลงนี้ ข้วที่ซ่อมฟื้นตัวได้ดี

แปลงที่ 11 ข้าวสินเหล็ก ช่วงทิศตะวันออกของแปลงไม่มีน้ำขังพบหญ้าขึ้นเยอะ ส่วนทิศตะวันตกมีน้ำขังข้าวที่ซ่อมไปกำลังตั้งตัว แต่บางส่วนที่ไม่มีน้ำขังข้าวก็ตายเพราะดินเค็ม เวลาน้ำแห้งจะเห็นคราบเกลือสีขาว

แปลงที่ 12 ข้าวสินเหล็ก

แปลงที่ 13 ข้าวสินเหล็ก

แปลงที่ 14 ข้าวสินเหล็ก แปลงนี้ข้าวเจริญเติบโตช้ากว่าทุกแปลง

แปลงที่ 15 ข้าวสินเหล็ก ข้าวที่ซ่อมไปฟื้นตัวดีและกำลังเจริญเติบโต

แปลงที่ 16 ข้าวสินเหล็ก ปิดคันนายังไม่สำเร็จ มีน้ำรั่วเล็ก ๆ ตลอดเวลา ต้องแก้ไขอีกครั้งเพื่อขังน้ำในแปลงนาละลายปุ๋ย

แปลงที่ 17 ข้าวสินเหล็ก ต้องกำจัดวัชพืชอีกครั้งสำหรับแปลงนี้

แปลงที่ 18 ข้าวสินเหล็ก

เก็บข้อมูลวันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2556

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สูบน้ำเข้านา

สัปดาห์ที่ผ่านมาฝนทิ้งช่วงทำให้ระดับน้ำในแปลงนาลดลง เราจึงสูบน้ำเข้านาเพื่อให้ปุ๋ยที่หว่านลงไปใหม่ละลายเพราะปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจะละลายยากหน่อย และเรายังต้องการขังน้ำในแปลงนาเพื่อกำจัดวัชพืชที่ยังเหลืออีกทางหนึ่งด้วย แต่หลังจากครั้งนี้ไปสำหรับนาโรงเรียนที่เราสามารถควบคุมน้ำได้(มีแหล่งน้ำให้สูบเข้านา)เราจะเริ่มแกล้งข้าว คือใช้วิธีเปียกสลับแห้ง

                                                            การแกล้งข้าว

การแกล้งข้าว คือการกระตุ้นโดยใช้ระดับน้ำเพื่อดึงศักยยภาพของต้นขา้วตามธรรมชาติมาใช้ เพื่อการออกรากหาอาหาร การแตกกอ สร้างความแข็งแรงต้านทานโรค-แมลง สร้างผลผลิตอยา่งเต็มประสิทธิภาพ จากหลักการที่ว่าข้าวไม่ใช่พืชน้ำ แต่เป็นพืชทนน้ำขัง ความสามารถในการแตกกอ การเพิ่มผลผลิต จะลดลงถา้แช่น้าตลอดเวลา การปลูกข้าวที่มีการใช้น้ำแช่ไว้ในแปลงนาตลอดเวลาเพื่อควบคุมวัชพืช ผลที่ตามมาคือข้าวไม่กินปุ๋ย แตกกอน้อย เกิดนาหล่ม ต้นข้าวอ่อนแอต่อโรค ทำให้ถูกแมลงเข้าทำลายได้ง่าย เกษตรกรจึงต้องใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจำนวนมาก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง และตัวเกษตรกรเองก็มีสุขภาพทรุดโทรม เทคนิคการปลูกข้าวระบบ เปียกสลับแห้งหรือแกล้งข้าว เป็นการปลูกข้าวที่ใช้น้ำน้อย ช่วยป้องกันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแก้ปัญหานาหล่ม ข้าวไม่ล้มตอนเกี่ยว หลักการที่ใช้คือ ไม่ต้องปล่อยน้ำแช่ไว้ในแปลงนาตลอดเวลา ให้ใช้ท่อวัดระดับน้ำไปติดตั้งไว้ในแปลงนาเพื่อดูระดับน้ำใต้ดิน โดยใช้ท่อพีวีซีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 25 เซ็นติเมตร เจาะรู 40 รู นำไปฝังในนาข้าว ให้ขอบท่ออยู่พ้นจากพื้นนา 5 เซนติเมตร เมื่อน้ำหน้าดินในนาแห้งให้ดูน้ำใต้ดินในท่อก่อน ถ้าน้ำยังลดลงไม่ถึง 15 เซ็นติเมตร ก็ยังไม่จำเป็นต้องให้น้ำ ถ้าลดลงเกิน 15 เซ็นติเมตรก็สูบน้ำเข้านาให้ระดับน้ำสูงเพียง 5-10 เซ็นติเมตร 

ข้อดีของการแกล้งข้าว

1.ความชื้นที่โคนกอข้าว ต่ำ อุณหภูมิหน้าผิวดิน จะสูงๆ ต่ำ ๆ เพลี้ยไม่ชอบ
2.ต้นข้าว จะไม่อวบน้ำ ผนังเซลล์จะแข็งแรง เพลี้ยไม่ชอบ
3.หน้าดินแตกระแหง รากข้าวได้ออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง
4.ระบบราก ทำงานอย่างเต็มที่ มีการแตกกอดี
5.หน้าดินได้มีเวลา เซทตัว ลดปริมาณน้ำในแปลงนาลง ช่วยลดปัญหานาหล่ม
6.หลังจากหน้าดินแตก ก็ค่อยใส่ปุ๋ยลงไปในนา ปุ๋ยจะลงไปในรอยแตกของผิวดิน (crack) เหมือนกับการฝังปุ๋ยไว้ในดิน ทำให้รากข้าวดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ การใช้ปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากขึ้น                         ดีกว่าการหว่านแบบเดิม ที่เม็ดปุ๋ยอยู่หน้าดิน รากไม่เจอปุ๋ย และทำให้รากข้าวลอย มีการคายประจุ ออกไปในอากาศ ข้าวไม่ได้สารอาหารเต็มที่
7.เติมน้ำลงในแปลงนา ปุ๋ยที่อยู่ในดินก็จะละลายน้ำ ต้นข้าวกินปุ๋ยอย่างหิวกระหายทำให้ต้นข้าว        แข็งแรง

ข้อจำกัดและข้อควรคำนึง

1.เปียกสลับแห้ง แกล้งข้าว ทำได้เฉพาะในพื้นที่ที่ควบคุมน้ำได้
2.ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ดินเค็ม อาจทำให้ข้าวตายได้
3.งดเว้น การปล่อยน้ำให้แห้ง “ช่วงข้าวตั้งท้อง”
4.ปล่อยให้หน้าดินแห้งก่อนการเก็บเกี่ยว 15 วัน
5.ดินที่เหมาะ คือดินที่ ไม่เผาตอฟางข้าว (มีอินทรียวัตถุในดินให้ข้าวเลี้ยงตัวระหว่างหน้าดินแห้ง )


ท่อตรวจวัดระดับน้ำในแปลงนาตามเทคนิคการแกล้งข้าว



วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ถอนหญ้าจากแปลงนา กิจกรรมการเรียนรู้ของพี่มัธยม

วันนี้พี่มัธยมได้ร่วมเรียนรู้ขั้นตอนหนึ่งในการดูแลข้าว คือ  การกำจัดวัชพืชออกจากแปลงนา โดยการถอนด้วยมือ ชาวนาส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้วิธีพ่นยาคุมหญ้าหลังจากหว่านเมล็ดข้าว และถ้ายังมีหญ้าเกิดขึ้นอีกก็จะใช้การพ่นยาฆ่าหญ้า แต่นาโรงเรียนยึดมั่นแนวทางเกษตรอินทรีย์ (organic) จึงเลือกใช้วิธีเขตกรรม (cultural control)ในการกำจัดวัชพืช ช่วงที่ผ่านมามีน้ำขังในแปลงนาทำให้วัชพืชตายไปบ้าง แต่ยังเหลือบางส่วนที่ต้นสูงพ้นน้ำจึงต้องถอนออก ยิ่งกำจัดวัชพืชออกให้ได้มากที่สุดเท่าใดปุ๋ยที่หว่านลงไปก็จะเกิดประโยชน์ต่อข้าวได้มากเท่านั้น เนื่องจากไม่มีพืชอื่นใดมาแย่งปุ๋ยจากข้าว เราจึงไม่ต้องใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น ต้นทุนการผลิตจึงลดลง

พี่ ๆ มัธยมใช้เวลาครึ่งวันเช้าในการถอนหญ้า บางบริเวณที่ข้าวงอกไม่ดีก็ช่วยซ่อม(ส่าม)ข้าวด้วย ทุกคนได้รู้ความสำคัญของการกำจัดวัชพืช ได้เหงื่อ ได้เรียนรู้จากการลงมือทำ (learning by doing) ได้เข้าใจถึงที่มาของข้าวอินทรีย์ที่ตนเองได้ทานในมื้อกลางวัน ขอบคุณทุกความตั้งใจ